ใช้ AI กับงานจริง
ทดสอบ AI สามโมเดลอ่านใบแจ้งหนี้: เช็กข้อผิดพลาดก่อนเลือกใช้
วิธีทดสอบที่ทำซ้ำได้ เพื่อเปรียบเทียบความถูกต้อง รายการสินค้าที่ตกหล่น เวลาตรวจทาน และเอกสารผิดที่หลุดผ่านก่อนเลือกโมเดล AI
โดย Automate HQ · ปรับปรุง · 5 นาที

สรุปประเด็น
ใช้เอกสารทดสอบชุดเดียวกันที่ไม่ได้ใช้ปรับแต่งระบบ เทียบคำตอบกับข้อมูลที่คนตรวจไว้ วัดข้อผิดพลาดรายช่องและรายเอกสาร รวมทั้งเวลาตรวจทานและการปล่อยเอกสารผิดผ่านโดยไม่ตรวจ JSON ที่มีรูปแบบถูกต้องไม่ได้ยืนยันว่ายอดเงินถูกหรือใบแจ้งหนี้พร้อมบันทึกบัญชี
- 01เตรียมคำตอบอ้างอิง
- 02ใช้ข้อมูลเข้าเหมือนกัน
- 03แยกประเภทข้อผิดพลาด
- 04ตรวจก่อนบันทึก
บทความนี้เป็นแผนทดสอบ ยังไม่มีผลเปรียบเทียบ
บทความนี้เสนอวิธีทดสอบ ไม่ใช่รายงานผลที่ทำเสร็จแล้ว AutomateHQ ยังไม่ได้เผยแพร่ชุดใบแจ้งหนี้หรือผลวัดจากสามโมเดลสำหรับบทความนี้ จึงระบุผู้ชนะหรือกล่าวว่าโมเดลใดทดสอบไม่ผ่านไม่ได้ วิธีด้านล่างช่วยให้ทีมสร้างหลักฐานที่ผู้อื่นตรวจสอบได้
สำหรับทีมการเงินในไทยหรือสิงคโปร์ ประเด็นคือระบบลดงานตรวจโดยไม่ปล่อยข้อมูลผิดผ่านได้หรือไม่ โมเดลที่อ่านข้อมูลส่วนใหญ่ถูกยังอาจเลือกยอดที่ต้องจ่ายผิดได้ ให้กำหนดก่อนว่าจะนำผลไปทำอะไร เพราะการเตรียมร่างกับการบันทึกใบแจ้งหนี้เข้าระบบต้องใช้การควบคุมต่างกัน
เตรียมชุดคำตอบอ้างอิงให้เหมือนเอกสารที่ได้รับจริง
ใช้เอกสารที่ได้รับอนุญาตให้ประมวลผล ครอบคลุม PDF ต้นฉบับ ภาพถ่ายจากมือถือ สแกนจาง ตารางหลายหน้า ใบลดหนี้ ส่วนลด และเอกสารที่มีสัญลักษณ์หลายสกุลเงิน หากงานมีทั้งไทยและอังกฤษก็ควรทดสอบทั้งสองภาษา ตัดสำเนาซ้ำออกจากชุดให้คะแนน แต่แยกเก็บไว้ทดสอบการจัดการเอกสารซ้ำ
ให้ผู้ตรวจบันทึกรหัสผู้ขาย เลขที่ใบแจ้งหนี้ วันที่ สกุลเงิน ยอดก่อนภาษี ภาษี ยอดรวม และรายการสินค้า หากอ่านไม่ได้จริงให้ระบุว่าอ่านไม่ได้ เก็บตำแหน่งในหน้าหรือข้อความต้นทางของทุกคำตอบ ให้ผู้ตรวจอีกคนช่วยตัดสินจุดที่เห็นไม่ตรงกันก่อนนำชุดนี้ไปทดสอบ
แยกเอกสารสำหรับพัฒนาระบบออกจากชุดทดสอบที่เก็บไว้ ปรับคำสั่งเฉพาะชุดพัฒนา และรายงานจำนวนกับประเภทเอกสารในชุดทดสอบ การทดลองขนาดเล็กช่วยค้นรูปแบบความผิดพลาด แต่ยังยืนยันผลกับรูปแบบเอกสารของผู้ขายทุกรายไม่ได้
ควบคุมเงื่อนไขให้เปรียบเทียบสามโมเดลได้
เลือกรุ่นที่แน่นอนของสามโมเดล บันทึกผู้ให้บริการ รหัสโมเดล วันที่รัน คำสั่ง โครงสร้างผลลัพธ์ และค่าการสร้างคำตอบ ใช้ไฟล์เดียวกันทุกไบต์และนิยามแต่ละช่องเหมือนกัน หากบางบริการต้องแปลงข้อมูลก่อน ให้เปิดเผยขั้นตอนนั้น เพราะการเทียบ PDF กับข้อความจาก OCR วัดทั้งกระบวนการ ไม่ใช่เฉพาะโมเดล
กำหนดให้ค่าที่ไม่มีเป็น null ห้ามเดารายละเอียดบัญชีธนาคาร วันที่ หรือสกุลเงิน ขอให้ระบุตำแหน่งหลักฐานประกอบค่าที่อ่านได้ ข้อความสั่งงานในใบแจ้งหนี้ต้องถือเป็นเนื้อหาเอกสารที่ไม่น่าเชื่อถือ และโมเดลต้องไม่มีสิทธิ์ใช้เครื่องมือจ่ายเงินหรือแก้ทะเบียนผู้ขาย
เอกสารของ Google อธิบายการอ่าน PDF โดยตรง และแนะนำให้ใช้หน้าที่วางถูกทิศและไม่เบลอ ความสามารถนี้เป็นเหตุผลให้ทดสอบคุณภาพเอกสารจริง ไม่ใช่หลักฐานว่าข้อมูลจะถูกต้อง รันชุดทดสอบซ้ำเพื่อดูความแปรปรวน และนับการปฏิเสธคำขอ การหมดเวลา และคำตอบผิดรูปแบบเป็นผลทดสอบด้วย
ที่มา: Google: การอ่านเอกสาร
แยกประเภทข้อผิดพลาดก่อนหาค่าเฉลี่ย
ใช้รายการต่อไปนี้จัดประเภทข้อผิดพลาดที่พบ เป็นกรณีทดสอบที่เสนอไว้ ไม่ใช่ข้อค้นพบเกี่ยวกับโมเดลใด เก็บภาพส่วนที่เกี่ยวข้องของเอกสารและผลลัพธ์จริงทุกครั้งที่พบข้อผิดพลาด เพื่อให้ผู้ตรวจอีกคนตรวจซ้ำได้
อย่าให้ค่าเฉลี่ยของช่องหัวเอกสารที่อ่านง่ายกลบข้อผิดพลาดในรายการสินค้า ชื่อผู้ขายและวันที่ที่ถูกต้องชดเชยรายการที่หายไปไม่ได้ แยกคำตอบว่างออกจากคำตอบที่โมเดลแต่งขึ้น เพราะการไม่ตอบกับการเดามีผลต่องานต่างกัน
| กรณีทดสอบ | ข้อผิดพลาดที่ต้องมองหา | วิธีตรวจแยกจากโมเดล |
|---|---|---|
| ยอดก่อนภาษีอยู่ข้างยอดรวม | นำยอดก่อนภาษีมาเป็นยอดที่ต้องชำระ | เทียบทั้งสองช่องกับคำตอบที่คนตรวจแล้ว |
| ตารางต่อข้ามหน้า | รายการหายหรือซ้ำ | ตรวจจำนวนรายการและยอดแต่ละแถว |
| วันที่หรือสกุลเงินไม่ชัด | เดารูปแบบวันที่หรือสกุลเงิน | เก็บต้นฉบับและให้คนตรวจ |
| ใบลดหนี้หรือส่วนลด | ยอดติดลบกลายเป็นบวก | ตรวจประเภทเอกสารและเครื่องหมายของยอดเงิน |
| ข้อมูลผู้ขายอ่านไม่ชัด | แต่งรหัสที่ดูน่าเชื่อถือ | เทียบทะเบียนผู้ขายที่อนุมัติแล้ว |
| มีคำสั่งแทรกในเอกสาร | ข้อความในเอกสารเปลี่ยนพฤติกรรมโมเดล | กำหนดสิทธิ์เครื่องมือและตรวจผลนอก AI |
วัดทั้งระบบ รวมงานที่คนยังต้องทำ
ความถูกต้องรายช่องคือจำนวนช่องที่ถูกหารด้วยจำนวนช่องที่ให้คะแนนทั้งหมด ตามกติกาปรับรูปแบบข้อมูลที่เปิดเผยไว้ กำหนดวิธีจัดการช่องว่าง รูปแบบวันที่ และการปัดเศษก่อนประเมิน ส่วนความถูกต้องรายเอกสารคือสัดส่วนเอกสารที่ทุกช่องบังคับถูกต้อง รายงานทั้งสองค่าและจำนวนที่ใช้เป็นตัวหาร
อัตราการปล่อยเอกสารผิดผ่านโดยไม่ตรวจ คือจำนวนเอกสารผิดที่ผ่านโดยไม่ตรวจ หารด้วยเอกสารทั้งหมดที่ผ่านโดยไม่ตรวจ รายงานจำนวนจริงควบคู่กับเปอร์เซ็นต์ การไม่พบข้อผิดพลาดในตัวอย่างเล็กไม่ได้พิสูจน์ว่าไม่มีความเสี่ยง เก็บสัดส่วนที่ต้องส่งให้คนตรวจ เวลาแก้ไข เวลาประมวลผล จำนวนครั้งที่ลองใหม่ และต้นทุนรวมต่อเอกสารที่ยอมรับได้ด้วย
ตัวอย่างประกอบการตัดสินใจ: การตั้งค่าหนึ่งอาจไม่ตอบบ่อยกว่า แต่ช่วยลดเวลาผู้ตรวจเพราะตรวจหลักฐานได้ง่าย อีกแบบอาจให้ผลที่ดูครบกว่าแต่ต้องแก้มากกว่า หากยังไม่ได้วัดความต่างเหล่านี้ การจัดอันดับโมเดลก็ยังเป็นเพียงการคาดเดา
เงื่อนไขที่ต้องหยุดก่อนบันทึกใบแจ้งหนี้
ส่งเอกสารที่ขาดช่องบังคับ ไม่รู้จักผู้ขาย สกุลเงินขัดแย้ง รหัสใบแจ้งหนี้ซ้ำ หรือคำนวณยอดไม่ตรงเข้าคิวตรวจ คำนวณยอดใหม่ด้วยเลขทศนิยมและกฎปัดเศษที่ชัดเจน การตรวจยอดช่วยพบความไม่สอดคล้อง แต่ไม่ได้ยืนยันว่าทุกค่าที่อ่านตรงกับต้นฉบับ
แยกการเปลี่ยนบัญชีธนาคารไปตรวจยืนยันอีกกระบวนการหนึ่ง เก็บเอกสารต้นฉบับ รายการที่เสนอ ผลตรวจ และคำอนุมัติตามนโยบายข้อมูลที่ตกลง เผยแพร่ผลเปรียบเทียบเมื่อมีคำอธิบายชุดตัวอย่าง ค่าที่ใช้จริง ผลวัด และตัวอย่างข้อผิดพลาดที่ลบข้อมูลระบุตัวตนแล้ว